ปรัชญา

กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ่ ผลิตศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความเป็นมืออาชีพ และยึดมั่นคุณธรรมจริยธรรม เน้นการทำงานเป็นทีม มีภาวะผู้นำ และทักษะการบริหารจัดการ เน้นการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ  มุ่งมั่นพัฒนาตนเองในทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศัลยศาสตร์ เรียนรู้ วิจัย และพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยศัลยศาสตร์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเห็นความสำคัญต่อการสร้างเสริม และส่งเสริมสุขภาพของประชาชนภาคใต้ตอนล่าง ภายใต้บริบทระบบสาธารณสุขของประเทศไทย   ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายภาคีเครือข่ายเขตสุขภาพเขตที่ ๑๒

วิสัยทัศน์

        เป็นสถาบันชั้นนำเพื่อฝึกอบรมด้านศัลยศาสตร์ของภาคใต้  และมุ่งสู่ระดับสากล ภายในปี 2572

พันธกิจ

กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ่ มีพันธกิจในการดำรงความเป็นสถาบันทางวิชาการศัลยศาสตร์เพื่อประชาชน ที่มุ่งการพัฒนาและการใช้ความรู้ทางศัลยศาสตร์ อย่างมีประสิทธิภาพดังนี้

  1. มุ่งเน้นผลิตศัลยแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญ และความสามารถด้านศัลยศาสตร์แบบมืออาชีพ มีความรู้อย่างบูรณาการทั้งด้านศัลยศาสตร์, การบริหารสาธารณสุข, เวชจริยศาสตร์,การสื่อสารทางคลินิก การทำงานเป็นทีมสามารถปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพ การดูแลอย่างเป็นองค์รวม และการส่งเสริมสุขภาพตลอดจนจนมีความเป็นครูที่สามารถสอนบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆได้
  2. มุ่งเน้นเพื่อผลิตศัลยแพทย์ให้มีความชำนาญในการดูแลรักษาผู้ป่วยศัลยกรรมทั่วไปสามารถปรับใช้ให้เข้ากับบริบทการทำงานของระบบบริการสุขภาพเครือข่ายเขตสุขภาพที่ ๑๒ โดยเฉพาะ “ผู้ป่วยฉุกเฉินเพื่อประชาชนภาคใต้ตอนล่าง “
  3. มุ่งเน้นให้พัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและทำงานวิจัยที่มีคุณค่า เน้นกระบวนการวิเคราะห์ และสังเคราะห์ฐานข้อมูลระดับโรงพยาบาลศูนย์และเขตสุขภาพที่ ๑๒รวมถึงเน้นระเบียบวิธีวิจัยที่สอดคล้องต่อความต้องการของระบบสุขภาพ
  4. มุ่งบริการวิชาการด้านศัลยศาสตร์ โดยให้บริการด้านศัลยศาสตร์ทุกกลุ่มโรคที่สำคัญ และคำนึงถึงบริบทความต้องการของประชาชนในเขตสุขภาพที่ ๑๒ เป็นหลัก ซึ่งเน้น ศัลยศาสตร์ฉุกเฉิน, ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ, ศัลยศาสตร์มะเร็ง และคำนึงถึงการดูแลแบบองค์รวม, ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ, การป้องกัน, การรักษา, การฟื้นฟู รวมถึงการบูรณาการการบริการด้านศัลยศาสตร์เข้ากับระบบการเรียนการสอน เน้นระบบการเรียนรู้ ขณะปฏิบัติงานในสถานที่ และสถานการณ์จริง
  5. มุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีคุณธรรมและจริยธรรมทางการแพทย์ที่ดีในการดูแลรักษาผู้ป่วย มีความรับผิดชอบและมีพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อเพื่อนรวมงานทั้งในวิชาชีพของตนและวิชาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ป่วยและญาติ

 

ผลลัพธ์ของการฝึกอบรม/หลักสูตร

    แพทย์ที่จบการฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาศัลยศาสตร์ต้องมีคุณสมบัติ และความรู้ความสามารถขั้นต่ำ ตามสมรรถนะหลัก  ทั้ง  ๖  ด้าน  ดังนี้ 

๑  การดูแลรักษาผู้ป่วย  (Patient care)

   (๑.๑)  สามารถดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินทางศัลยกรรมทั่วไป  ตั้งแต่ระยะก่อนผ่าตัด  ระหว่างผ่าตัด  และหลังผ่าตัด  รวมถึงการแก้ไขภาวะแทรกซ้อน  ตามเกณฑ์กำหนดของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย

   (๑.๒)  สามารถดูแลผู้ป่วยทางศัลยกรรมทั่วไป (non–trauma)  ตั้งแต่ระยะก่อนผ่าตัด  ระหว่างผ่าตัด  และหลังผ่าตัด  รวมถึงการแก้ไขภาวะแทรกซ้อนตามเกณฑ์ของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย

   (๑.๓)  สามารถทำหัตถการทางศัลยกรรมทั่วไปตามเกณฑ์กำหนดของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย

๒  ความรู้ความเชี่ยวชาญและความสามารถในการนำไปใช้แก้ปัญหาของผู้ป่วย  และสังคมรอบด้าน (Medical knowledge and skills)

   (๒.๑)  มีความรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐานของร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยศัลยกรรมได้ดี

   (๒.๒) มีความชำนาญในด้านศัลยกรรมทั่วไป (General surgery) อันได้แก่ ความรู้ทางคลินิกเกี่ยวกับโรคสามารถรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องและจำเป็นของผู้ป่วยได้   สามารถตัดสินใจเลือกวิธีการตรวจรักษาได้

   (๒.๓) ถ่ายทอดความรู้และทักษะให้บุคลากรทางสุขภาพและนักศึกษาในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องได้

   (๒.๔)  ควรมีความรู้ ความเข้าใจทางการแพทย์ในทางศัลยศาสตร์ต่อยอด  เช่น  Cardiovascular-Thoracic Surgery ,Pediatric surgery, Urology , Neurosurgery, Plastic surgery  และสาขาที่เกี่ยวข้องเช่น Orthopedic,        Gynecology , Anesthesiology ,Pathology ตามเกณฑ์กำหนดของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย

๓  การพัฒนาตนเองและการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย (Practice-based learning and improvement

   (๓.๑)  ประเมินตนเองและสิ่งแวดล้อมในกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วย  เพื่อให้ทราบข้อจำกัด  อันจะ

นำไปสู่การหาองค์ความรู้  และวิธีการในการดูแลรักษา

   (๓.๒)  วิพากษ์บทความและงานวิจัยทางแพทย์

   (๓.๓)  เป็นผู้ใฝ่รู้  และสามารถสร้างองค์ความรู้หรืองานวิจัยทางการแพทย์ใหม่ได้

๔ ทักษะปฏิสัมพันธ์และการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills) 

    (๔.๑)  เป็นผู้ฟังที่ดี

    (๔.๒)  นำเสนอข้อมูลผู้ป่วย และอภิปรายปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพทั้งต่อผู้ป่วย ครอบครัว และ

    บุคลากรร่วมทีมรักษา

    (๔.๓)  ใช้อวัจนะภาษา (nonverbal technique) อย่างถูกต้อง

    (๔.๔)  รู้จักกาลเทศะ และวิธีการ/เครื่องมือ/สภาวการณ์ต่างๆในการสื่อสาร

    (๔.๕)  มีสัมมาคารวะ ให้ความเคารพต่อบุคลากรทุกระดับ ผู้ป่วย และญาติ

    (๔.๖)  บันทึกการรักษาในเวชระเบียนเพื่อการสื่อสารและเพื่อความต่อเนื่องในการดูแลรักษาให้ถูกต้องทั้งตัวสะกด ไวยกรณ์ และใช้ลายมือที่อ่านออก

(๕) ความเป็นมืออาชีพ  (Professionalism)

    (๕.๑) เป็นผู้ตรงต่อเวลา

    (๕.๒) มีการเตรียมตัวเมื่อต้องร่วมกิจกรรมต่าง ๆ  ทั้งในห้องเรียนและที่อื่น ๆ

    (๕.๓) รักษาความสะอาดส่วนตนและสิ่งแวดล้อม

    (๕.๔) พร้อมปรากฏตัวเมื่ออยู่ในหน้าที่

    (๕.๕) ยอมรับการตรวจสอบ การให้ข้อมูลป้อนกลับ และนำมาพิจารณาปรับปรุงตน

    (๕.๖) เข้าใจข้อจำกัดของตนเองและผู้อื่น สามารถทำงานเป็นทีมได้ เป็นได้ทั้งหัวหน้าและลูกทีม

    (๕.๗) เคารพและให้เกียรติผู้อื่นเสมอ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

    (๕.๘) เป็นผู้เสนอตัว ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม แม้จะต้องเสียประโยชน์ส่วนตนบ้าง

    (๕.๙) มีความเมตตากรุณา ไม่เลือกปฏิบัติด้วยลักษณะทางกายวิภาคและศรัทธาของผู้ป่วย

    (๕.๑๐) รักษาสุขภาพกาย ใจของตน เพื่อให้ปฏิบัติวิชาชีพได้  และเป็นแบบอย่างให้ผู้ป่วยและบุคลากรอื่น

(๖) การปฏิบัติงานให้เข้ากับระบบ  (System-based practice)

    (๖.๑)  ประกอบเวชปฏิบัติได้ในสิ่งแวดล้อมและระบบบริการสุขภาพที่หลากหลายได้

    (๖.๒) ทำงานร่วมกับระบบบริหารจัดการอื่นที่เชื่อมโยงกับการรักษาพยาบาลได้

    (๖.๓) ใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างเหมาะสม  (Cost Consciousness Medicine) และสามารถ

    ปรับเปลี่ยนการดูแลรักษาผู้ป่วยให้เข้ากับบริบทของการบริการสาธารณสุขได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ

    (๖.๔)  ยึดหลักการของการประกันคุณภาพในการประกอบเวชปฏิบัติ

    (๖.๕) มีส่วนร่วมในกระบวนการประกันคุณภาพการรักษาพยาบาลและหลักสูตร